บทที่ 3 ตอนที่ 2
ตอนที่ 2
บรรดาพ่อบ้านรู้ทุกอย่างก็สายไปซะแล้ว สายชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าแย้งเมียเลยสักคน เพราะปาร์ตี้ที่พูดถึงเป็นวันพรุ่งนี้..
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนไม่ทันตั้งตัว รู้อีกทีพวกเขากับลูกก็มานั่งเรียงรายมองบรรดาเมียรักเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถ
"มึงรู้นานยัง?" เจ้าขุนโอบกอดลูกสาวน้องเจ้าขาบนตักถามน้องเล็กสุดของกลุ่ม จากที่ถามไถ่น่าจะเป็นไอ้บูมที่รู้เรื่องนี้คนแรก แต่เสือกไม่พูด ไอ้เหี้ยเอ๊ย!
ก็ว่า เพลงรีบเคลียร์งาน รีบเก็บของ ชวนมาบ้านธรีพี เพราะเหตุผลนี้นี่เอง
"รู้เมื่อวาน ตอนเช้า เห็นแชตกลุ่ม"
"แล้วไม่คิดจะบอกกันเลย?"
"กูก็ถามไอ้สองคนไปแล้ว" เขาหมายถึงไอ้ไคซ์กับไอ้เจ้าของบ้าน
"แล้วพวกกูล่ะ พวกกูไม่ได้อยู่บ้าน"
"ก็นึกว่ารู้แล้ว เลยไม่ได้ถาม"
"ปากมึงอมอะไร เรื่องสำคัญขนาดนี้ไม่บอกกันได้ไงวะ?" ขุนเองก็เพิ่งรู้ว่าบรรดาคุณแม่นัดพบปะสังสรรค์กัน ลำพังพบปะสังสรรค์เขาไม่มีปัญหา แต่ที่มีปัญหาคือการที่พวกเธอสั่งห้ามพวกเขาขึ้นไปวุ่นวายนี่แหละที่มันเป็นปัญหา
เมียแต่ละคน ใช่ย่อย
ยิ่งเมียไอ้บูมโคตรตัวดี! ไหนจะภัสอีก ไม่อยากจะคิด
"ใครจะไปรู้"
"เฮ้อ!" ขุนถอนหายใจ ส่ายหน้า ไม่ต่างจากไอ้สามคนที่นั่งเงียบ
มาเงียบกันแบบนี้ คงรู้ชะตากรรมแล้วละมั้ง
ยับแน่ โดนเผายับแน่
วีรกรรมยิ่งโชกโชนกันอยู่ด้วย
"มึงดีนะที่รู้เมื่อวาน กูอะ รู้เมื่อกี้เลย" ปลื้มตอบเสียงแผ่ว ปรายตามองลูกสาวที่เดินเตาะแตะไปมาตาละห้อย เลย์ไม่บอกเขาเลยสักคำ แค่คำเดียวก็ไม่มี มารู้ก็ตอนที่เห็นพวกมันนั่งอุ้มลูกมองเมียกันนี่แหละ
ดาเลย์ เจ้าแผนการ เขาไม่แปลกใจ แต่ที่แปลกคือกินนอน ตัวติดกันแทบตลอด ทำไมถึงไม่รู้อะไรเลย?
"ขนาดพวกกูอยู่บ้านยังไม่รู้เลย" ภูมิส่ายหน้า ถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินตามไคเลอร์ที่เดินไปหลังบ้านด้วยความเป็นห่วง เขาอุ้มไคเลอร์น้อยของไอ้ไคซ์กลับมานอนแผ่บนโซฟา ทำให้หนุ่มน้อยหัวเราะคิกคักเสียงดังแล้วม้วนตัวลงจากโซฟาวิ่งไปเล่นกับน้อง ๆ
"แม่ไม่อยู่ ลูกร่าเริง ลูกมึงเป็นปะ?" ขุนนวดคลึงขมับถามเพื่อน ไม่วายปรายตามองเด็ก ๆ ที่วิ่งกรี๊ดกร๊าดหัวเราะดังลั่นเสียงดัง ก่อนทุกอย่างจะเงียบสงบเพราะบีเลิฟที่ล้มหน้าคะมำกระแทกพื้นดัง อึก!
ลูกล้มขนาดนี้ ไอ้คนพ่อนั่งมองเฉย ก่อนจะอ๋อ พยักหน้าเข้าใจกันถ้วนหน้าเพราะบีเลิฟที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง หัวเราะคิก ๆ แล้ววิ่งต่อ
ดี! มึนเหมือนพ่อดี!
"อย่างที่เห็น ถ้ารักอยู่ป่านนี้ร้องไห้เสียงดังลั่นไปชั้นสามละ" แค่ประโยคเดียว เข้าใจกันถ้วนหน้า คงไม่ใช่แค่บีเลิฟหรอกมั้งที่เป็น ลูกพวกมันก็คงเป็นเหมือนกัน
"เออ กูก็แปลก ทำไมเวลาอยู่กับแม่ ลูกขี้ร้องจังวะ?" ไคเซอร์ตามอย่างสงสัย ไซฟีร้องบ่อยมาก เอะอะก็ร้อง อะไรไม่ได้ดั่งใจก็ร้อง พอแม่ไม่อยู่ ไม่เห็นน้ำตาสักหยด ตกจากโซฟายังไม่ร้องไห้เลย
"อ้อนแม่มั้ง แต่ลูกกูไม่เป็น" ภูมิไหวไหล่พูด มองเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันสนุกสนาน ก่อนจะหันไปสบตาไอ้ขุนที่ถามขึ้น
"ลูกมึงไม่เป็นแล้วลูกมึงอยู่ไหน ตั้งแต่มากูยังไม่เห็นแม้แต่เงา สองคนเลย" ทั้งซูมทั้งไคเซ็น พากันไปเล่นที่ไหนเด็กสองคนนี้
"ปีกขวาชั้นหกมั้ง เห็นชอบไปนอน"
"ลูกรำคาญมึงอะดิ"
"เกี่ยวไรกับกู"
"ไม่งั้นลูกก็ต้องติดมึงเหมือนที่เจ้าขาติดกูแล้วดิ" ขุนพูดเย้ย ๆ กดหน้าลงหอมหัวลูกสาวฝาแฝดคนโตเยาะเย้ยไอ้เจ้าของบ้านที่มีลูกคนเดียว
"ลูกกูเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ใช่ลูกแหง่ติดพ่อแม่แบบลูกมึง"
"อ้าว พูดงี้ระวังปากเปลี่ยนสี" ไคซ์แทรกบทสนทนาระหว่างพี่ชายกับเพื่อนรักแล้วรีบขยับไปนั่งข้างขุน สอดมือไปอุ้มเจ้าขาคนสวยมานั่งบนตักแล้วจับแก้มอย่างเอ็นดู
เจ้าขาสบตาเขาตาใส อิงซบอกอ้อน ๆ น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ
มีลูกสาวขี้อ้อนไม่ดีตรงไหน ไอ้คนไม่มีลูกสาว ไม่เข้าใจหรอก
"ลูกมึงก็เหมือนกัน อย่าคิดว่ากูไม่เห็น"
"ไคเซ็น?" ไคซ์ย้อนถามภูมิ ลูกชายคนโตของเขาชอบเก็บตัวเงียบไม่ต่างจากซูมสักเท่าไหร่
"เฮ้ย! ลูกมึงสองคนแอบไปสอนกันชักว่าวหรือเปล่า ตอนกูเด็ก ๆ ห้าหกขวบ กูชักเป็นละนะ แค่จับ ๆ น้ำก็แตกละ" บูมพูดติดตลกฝ่าความเงียบ แต่เหมือนว่าที่พูดไปจะทำให้เงียบกว่าเดิมเพราะประโยคคำถามของเจ้าขาบนตักไอ้ไคซ์
"ชักว่าวคืออะไรคะ?" ใบหน้าจิ้มลิ้มขมวดคิ้วถามลุงไคซ์งุนงง เมื่อไม่ได้คำตอบจึงเอื้อมมือไปกระตุกชายเสื้อถามป๋าขุนต่อ
"คืออะไรคะ" เงียบ ทำไมไม่มีใครตอบ
"งั้นแม่กลับมา หนูขอถามแม่นะ" เจ้าขาพูดอย่างไร้เดียงสา สบตาทั้งคุณลุงคุณอาตาปริบ ๆ จนป๋าขุนเปิดรูปภาพกับคลิปวิดีโอให้ดู
"ว่าวนี้ที่อาบูมหมายถึงครับ" ขุนถึงกับต้องเปิดคลิปเล่นว่าวให้ลูกสาวดู หากเขาไม่มีคำตอบให้ เจ้าขาคงไม่เลิกสงสัย เรื่องนี้ต้องถึงหูเพลงแน่ ไอ้เหี้ยบูมนะไอ้เหี้ยบูม พูดอะไรไม่ระวัง รู้ทั้งรู้หลานนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ โชคดีที่ลินดาลุกไปวิ่งเล่นแล้ว ไม่อย่างนั้นสงสัยอีกคนแน่
"แล้วน้ำแตกได้ยังไง"
คำถามเจ้าขาชวนให้วงแตกจริง ๆ ทั้งไอ้ปลื้มไอ้ภูมิไอ้ไคซ์หันหน้าหนีหมดเลย เหลือก็แต่เขากับไอ้บูมที่ต้องอธิบาย กว่าจะแก้ต่างให้เจ้าขาเข้าใจได้ ไอ้บูมเหงื่อไหลย้อยแทบถึงคาง
แต่ดีแล้ว มันจะได้จำว่าไม่ควรจังไรเวลามีลูกมีหลานนั่งอยู่ด้วย บีเลิฟสงสัยไหม เขาไม่รู้ แต่แฝดสามของเขาสงสัยเก่งทุกคน เชื้อพ่อแรงจริง ๆ
"จะรอดไหมวะ เมียเพิ่งไปไม่นานยังขนาดนี้ ถ้าต้องอยู่เลี้ยงกันทั้งวัน.." ไม่อยากนึกสภาพ แค่คิดก็ท้อรอแล้ว ไอ้บูมยิ่งปากหมา ๆ พูดไม่คิดอยู่ด้วย
ปลื้มพูดไม่ทันขาดคำ ใบหน้าหงิกงอคล้ายกำลังจะงอแงก็คืบคลานเข้ามาใกล้
"อ้า ๆ นม ๆ นมหนู" ลินดาอ้าปากชี้ข้างในปากแล้วลูบท้องบอกผู้เป็นพ่อ
เธอเล่นเหนื่อยแล้ว ทั้งเหนื่อยทั้งหิวน้ำหิวนม
"นมหนูอยู่ไหน" ปากเล็กเริ่มเบะจะร้องไห้เมื่อไม่ได้คำตอบ
"ปะ พ่อ ๆ อุ้มเดินไปหยิบนมบ้านยาย ๆ นะ" บ้านแม่ยายอยู่ตรงนี้ เดินไม่กี่สิบก้าวก็ถึง ตอนมาไม่ได้หยิบมาเผื่อ คิดว่ามาแป๊บ ๆ เดี๋ยวก็กลับ ใครจะรู้..
จนลูกเบะปากร้อง รู้เรื่อง!
"ฮึก.."
"ปะปะ ลุงอุ้มไปเลือกนมกับขนมในตู้เย็นนะ" ภูมิรีบปัดมือให้ไอ้ปลื้มรีบกลับไปเอานมกล่องของลูกมา เป็นไปได้พยายามอย่าให้เด็ก ๆ ร้องไห้จะดีกว่า เพราะถ้ามีคนแรกร้อง คนที่สอง สาม สี่ ตามมาแน่นอน เขาไม่อยากหูชาเพราะเสียงหลานร้อง ให้หูชาเพราะเสียงหัวเราะคิกคักก็พอแล้ว
"ฝากแป๊บ" ปลื้มพูดแล้วสับตีนแตกวิ่งหางแทบจุกตูดออกจากบ้านธรีพีกลับไปบ้านแม่ยายพ่อตาทันที
"หนูอยากกินส้ม" เจ้าขาแหงนหน้า เอื้อมมือประคองหน้าลุงไคซ์ให้สบตาตัวเอง พูดเสียงแผ่วเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน
"เดี๋ยวลุงจัดการให้ครับ เจ้าขาอยากช่วยลุงไหม"
"ค่ะ" เด็กน้อยพยักหน้า ขยับลงจากตักลุกขึ้นยืน จับมือลุงไคซ์แน่น ก่อนจะเดินขนาบข้างลุงไคซ์ไปติด ๆ
"กูว่าเด็ก ๆ เริ่มหิวว่ะ สั่งพิซซ่าให้กินดีไหม?" บูมพูดขณะมองเด็กน้อยอีกหลายคนที่กำลังวิ่งไล่จับกัน ทว่าไอ้คนด้านข้างไม่เห็นด้วย
"สั่งมาราดหน้ามึงเหรอ"
"..." ราดทำเพื่อ เสียดายของ
"มาช่วยกูล้างแล้วปอกผลไม้ เร็ว ๆ" ขุนหยัดกายขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ไอ้คนบนพื้นนั่งมองนิ่งไม่มีวี่แววจะขยับตัวจำต้องกระตุ้น
"หรือจะให้กูบอกเมียมึงเรื่องชักว่าว น้ำแตก?" พูดขนาดนี้ ถ้ายังไม่ลุกอีก แม่งโคตรมึน
"ไอ้ขุน กูพูดตรง ๆ นะ"
"?"
"เราคนกันเอง พูดดี ๆ ก็ได้ กูฟังรู้เรื่องนะเว้ย" ไม่เห็นต้องพูดถึงบุคคลที่สาม เดี๋ยวกูก็โดนด่าอีก แม่ง!
"อาการกลัวเมียกำเริบ?"
"กูไม่กลัว แค่รำคาญ"
"โอเค กูบันทึกเสียงไว้ เดี๋ยวส่งให้ที่รักเลย" ขุนพูดพลางตบกระเป๋ากางเกง ยิ้มกวน ๆ มองไอ้คนกลัวเมีย ต่างจากมันที่ยืนเหวอ ลูบหน้าลวก ๆ ยิ้มแหย..
"ขุนเพื่อนรัก มึงนั่งสบาย ๆ เฝ้าหลานตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวหน้าที่ปอกล้างผลไม้ จัดจาน กูจัดการเอง โอเคไหม"
"ก็ดี"
"เนอะ กูก็ว่าดี ตกลงตามนี้ ไม่ส่งเนอะ"
"ก็ถ้าช้ากว่านี้กูอาจจะมือลั่น ส่ง"
"ไป ๆ กูไปแล้ว ไปเดี๋ยวนี้" พูดแล้วรีบสาวเท้าไปทางห้องครัวทันที
